การชนะคดีกับการได้เงินคืนเป็นคนละขั้นตอน ก่อนลงมือควรดูทั้งหลักฐานและสถานะของลูกหนี้
รวบรวมเอกสารให้เห็นที่มาของหนี้
เริ่มจากสัญญา ใบสั่งซื้อ ใบแจ้งหนี้ หลักฐานส่งมอบงานหรือสินค้า ประวัติการชำระ และข้อความที่ยืนยันยอดค้าง เรียงเหตุการณ์ตามวันเวลา แล้วตรวจว่าลูกหนี้ตามเอกสารคือใคร มีผู้ค้ำประกันหรือหลักประกันหรือไม่ หากยอดหนี้มีส่วนที่อีกฝ่ายโต้แย้ง ควรแยกออกมาให้ชัด
หนังสือทวงถามควรตรงประเด็น
แจ้งที่มาของหนี้ ยอดเงิน และกำหนดให้ตอบหรือชำระ โดยตรวจเงื่อนไขการส่งหนังสือในสัญญาก่อน หนังสือที่ระบุข้อเท็จจริงถูกต้องช่วยให้การเจรจามีน้ำหนัก และเป็นหลักฐานว่าได้แจ้งข้อเรียกร้องอย่างไร
เจรจาแล้วต้องบันทึกให้ใช้ต่อได้
หากลูกหนี้ขอแบ่งจ่าย ให้กำหนดจำนวนและวันที่แต่ละงวด วิธีชำระ และผลหากผิดนัด คำรับปากทางโทรศัพท์อย่างเดียวอาจไม่พอ ควรทำข้อตกลงให้ชัดว่าการจ่ายบางส่วนกระทบยอดหนี้เดิมอย่างไร
ฟ้องคดีและสืบทรัพย์
เมื่อเจรจาไม่สำเร็จ การฟ้องอาจเป็นทางเลือก แต่คำพิพากษาไม่ได้ทำให้เงินเข้าบัญชีทันที ต้องประเมินว่าลูกหนี้มีทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องที่บังคับได้หรือไม่ มีเจ้าหนี้รายอื่นหรือเปล่า และค่าใช้จ่ายกับเวลาคุ้มกับยอดหนี้ไหม การสืบทรัพย์จึงควรอยู่ในแผนตั้งแต่ต้น ไม่ใช่คิดหลังคดีจบ
วางแผนตามโอกาสเรียกคืนจริง
หนี้แต่ละรายมีเอกสาร ระยะเวลา และสถานะลูกหนี้ต่างกัน บางเรื่องเหมาะกับการเจรจา บางเรื่องต้องรีบดำเนินคดี หากมีวันครบกำหนดสำคัญหรือกังวลเรื่องอายุความ ควรให้ทนายตรวจเอกสารเฉพาะเรื่องโดยเร็ว
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับข้อเท็จจริงเฉพาะเรื่อง
