หน้าแรก/เมื่อไรควรขอความเห็นทางกฎหมายเป็นลายลักษณ์อักษร
บทความกฎหมาย / ประเด็นที่ควรรู้

เมื่อไรควรขอความเห็นทางกฎหมายเป็นลายลักษณ์อักษร

บางเรื่องคุยให้เข้าใจในครั้งเดียวได้ แต่บางการตัดสินใจควรมีคำวิเคราะห์ที่อ่านทบทวนและส่งต่อให้ผู้เกี่ยวข้องได้

เรื่องแบบไหนที่ควรมีความเห็นเป็นหนังสือ

ตัวอย่างเช่น บริษัทกำลังเลือกโครงสร้างธุรกรรม มีข้อสัญญาที่เสี่ยงต่อเงินก้อนใหญ่ กำลังชั่งน้ำหนักว่าจะเจรจาหรือฟ้อง หรือมีเรื่องทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับหลายประเทศ ความเห็นเป็นหนังสือช่วยให้ผู้ตัดสินใจเห็นเหตุผล สมมติฐาน และข้อจำกัดในฉบับเดียว

ตั้งคำถามให้ชัดก่อนส่งงาน

คำว่า “ช่วยดูทุกอย่าง” มักทำให้ขอบเขตกว้างเกินไป ควรบอกว่าต้องตัดสินใจเรื่องใด ภายในเมื่อไร ต้องการให้วิเคราะห์กฎหมายไทยส่วนไหน และคาดหวังคำตอบระดับเบื้องต้นหรือการตรวจเอกสารละเอียด หากมีที่ปรึกษาต่างประเทศ ควรแยกด้วยว่าใครจะให้ความเห็นเรื่องกฎหมายของประเทศใด

เอกสารที่ช่วยให้วิเคราะห์ได้ตรง

เตรียมสัญญาฉบับลงนามและฉบับแก้ไข หนังสือโต้ตอบ หลักฐานชำระเงิน และลำดับเหตุการณ์สั้น ๆ ระบุด้วยว่าข้อเท็จจริงใดอีกฝ่ายไม่ยอมรับ หรือยังไม่มีหลักฐานยืนยัน ความเห็นจะมีน้ำหนักตามข้อมูลที่ได้รับ จึงควรแจ้งสิ่งที่ยังไม่แน่ใจไว้ตั้งแต่ต้น

ความเห็นมีขอบเขตและข้อจำกัด

งานเขียนมักระบุคำถาม เอกสาร ข้อเท็จจริงที่ใช้ สมมติฐาน การวิเคราะห์ และข้อสรุปเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำรับประกันว่าศาลจะตัดสินอย่างไร สำนักงานควรแจ้งค่าบริการ ระยะเวลา และขอบเขตที่รับตรวจให้ชัดก่อนเริ่ม

เริ่มติดต่ออย่างไร

ส่งเพียงสรุปเรื่องเบื้องต้นและชื่อคู่กรณีเพื่อให้สำนักงานตรวจว่ารับเรื่องได้หรือไม่ หลังจากนั้นจึงค่อยตกลงวิธีส่งเอกสาร ขอบเขตงาน และค่าบริการก่อนดำเนินการ

อ่านต่อและปรึกษา
ความเห็นทางกฎหมายเป็นลายลักษณ์อักษรติดต่อสำนักงาน

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับข้อเท็จจริงเฉพาะเรื่อง